วาตภัย ตอน การตั้งชื่อพายุ

หลายคนคงสงสัยกับชื่อพายุแต่ละชื่อนั้นมีมาได้อย่างไร วันนี้เราจะมาบอกเล่าเรื่องนี้ แน่นอนว่าหลายคนก็คงเคยได้ฟังข่าวตามวิทยุ โทรทัศน์ หรืออาจจะมีจากสื่อออนไลน์ต่างๆมากมาย เกี่ยวกับพยากรณ์อากาศ แน่นอนว่า ชื่อบางชื่อ ก็เป็นชื่อที่หลายคนก็ต้องตกใจว่า ทำไมตั้งชื่อนี้ ชื่อนั้น แน่นอนว่า ชื่อพายุแต่ละชื่อนั้นก็ได้รับการตั้งชื่อจาก ศูนย์เตือนภัยต่างๆ เพื่อให้ความสะดวกในทุกอย่างๆอย่างเช่น การเรียกชื่อที่ทำให้ทุกคนจดจำได้ง่ายขึ้น พร้อมกับการคาดการณ์ของนักพยากรณ์อากาศ ผู้สังเกตการณ์ที่เฝ้าติดตามการเตือนภัย และยังรวมไปถึงการรายงานข่าวอีกด้วยเพื่อทำให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าใจในสิ่งที่จะต้องเจอ รวมไปถึงการเฝ้าระวังภัยแบบนี้อีกด้วยแน่นอนว่าการเกิดพายุต่างๆก็จะมีการเรียกชื่อต่างๆอย่างเป็นทางการมีใช้กับพายุที่ก่อตัวขึ้นอย่างเช่นก่อตัวใน แอตแลนติกเหนือ ก็จะมีชื่อเรียกมากมาย เกิดขึ้นที่แปซิฟิกตะวันออก แปซิฟิกกลาง หรือตะวันตกก็จะมีชื่อเรียกอีกออกไป หรือแม้กระทั่งใต้นั้นก็จะมีชื่อเรียกอีกแบบหนึ่งด้วย แม้แต่ในออสเตรเลีย หรือ มหาสมุทรอินเดียก็จะมีชื่อเรียกอีกออกไปอีกมากมายหลากหลายชื่อด้วยกัน แน่นอนว่า พวกเราก็น่าจะรู้จักกันเป็นอย่าง พายุที่มีชื่อต่างๆได้ดังนี้  พระพิรุณ วิภา เมขลา นิดาและกุหลาบแน่นอนว่าเป็นพายุหมุนเขตร้อนบริเวณทางด้านแปซิฟิกเหนือและทะเลจีนใต้ ส่วนวาตภัยพายุ ที่เรารู้จักอย่าง ไหหม่า ของประเทศจีน กัมพูชาก็มีชื่อเรียกว่า กองเร็ย นี่คือเรื่องราวที่นำมาฝากกันในวันนี้ สำหรับเรี่องราวของวาตภัย

พายุโนรู พายลูกใหญ่ที่สุดปี 2560

บอกเลยว่าเป็นอะไรที่ทำให้แอดมินตกใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เนื่องด้วยวันนั้นได้ติดตามข่าวสารที่มากมายแต่แล้ววันนั้นก็ได้มีข่าวสารเรื่องราวของพายุลูกใหม่ซึ่งบอกเลยว่าเป็นพายุไต้ฝุ่นชื่อใหม่ ที่ต้องบอกเลยว่าทั่วโลกให้การติดตามอย่างใกล้ชิดเป็นอย่างเนื่องด้วยเป็นพายุที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในปีนี้เลยก็ว่าได้ ที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างเงียบช้าๆไปทางประเทศญี่ปุ่น ความเร็วลมอยู่ที่ 257 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเทียบได้กับความรุนแรงของเฮอริเคนระดับที่สาม  แน่นอนว่าได้เข้าถล่มหลายพื้นที่หลายจุดในประเทศญี่ปุ่น ต้องบอกเลยว่าเป็นพายุที่ส่งผลกระทบถึงในบริเวณจังหวัด โคจิ หมู่เกาะชิโกกุ ทางตอนญึ่ปุ่น และบริเวณใกล้เคียง จะทำให้ฝนตกหนักลมพัดแรงมีรายงานด้วยว่ามีผู้เสียชีวิตจากพายุโนรู  2 คนด้วยกัน เป็นชายวัย 67 และ วัย 84 ปีคนหนึ่ง แน่นอนว่าพายุลูกนี้มีความรุนแรงจนทำให้ทางการต้องสั่งอพยพผู้คนไปอยู่ในที่ปลอดภัย ส่งผลกระทบในเรื่องของการบินเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ เราก็ต้องเตรียมตัวเตรียมรับมือกัน และต้องติดตามข่าวสารกันให้เป็นอย่างดี บอกเลยว่าพายุไต้ฝุ่นตัวนี้ทำให้แอดมินเองได้ติดตามก็เพราะว่าเป็นพายุที่มีขนาดใหญ่มาก ทางการได้รายงานอีกว่า ญี่ปุ่นได้เผชิญสภาพอากาศที่เลวร้ายเช่นนี้มาหลายครั้งในฤดูร้อนนี้แล้ว แน่นนอนว่าเกิดฝนตกอย่างหนัก เกิดน้ำท่วมในบริเวณต่างอีกด้วย ทางตอนใต้แน่นอนว่าก็จะต้องรับความเสี่ยงที่สูงที่จะต้องพบกับพายุโนรู  

พายุไต้ฝุ่นกูโชล

เรื่องราวของภัยพิบัติในรูปแบบของวาตภัยนั้นมีมากมายเหลือเกิน ที่แน่ๆคือ การเกิดพายุชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พายุไต้ฝุ่น ไม่เว้นแต่ พายุโซนร้อน ซึ้งถือว่าเป็นพายุที่มีความรุนแรงอยู่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวส่งผลให้เกิดความเสียหายให้กับหลายๆประเทศเลยทีเดียว แน่นอนว่าพายุที่เกิดขึ้นนอกจากจะรุนแรงแล้วก็ยังมีชื่อที่ทำให้หลายๆคนที่ได้ฟังข่าวพยากรณ์อากาศผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือสื่อทางอินเตอร์เน็ตก็ตามอย่างที่บอกมักจะมีชื่อพายุชื่อแปลกๆอย่างมากมายเหลือเกิน จนเราสงสัยว่า พายุชื่อไรเนี่ย ชื่อตลกบ้าง ชื่อแปลกไปบ้างวันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของพายุไต้ฝุ่นกูโชล ต้องบอกเลยว่าเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่ทำให้เกิดดินถล่มในประเทศญี่ปุ่นในปี 2555 ชื่อนี้เคยถูกใช้ครั้งแรกเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน ปี 2547 โดย “กูโชล” (Guchol, Guchoel) หมายถึง ขมิ้น เป็นภาษาถิ่นไมโครนีเซียพายุหมุนเขตร้อนที่ทรงอนุภาพซึ่งส่งผลกระทบกับทางตอนใต้ของญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายน พายุก่อตัวขึ้นเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำทางตะวันออกเฉียงใต้ของโปห์นเปย์ และทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเป็นดีเปรสชันเขตร้อนเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยทำให้พายุทวีความรุนแรงไปถึงไต้ฝุ่นรุนแรง (typhoon intensity) ผลกระทบก่อทำให้มีผู้เดือดร้อนเป็นจำนวนมากเลย และทางการต้องสั่งให้ผู้คนอพยพออกมา จากกูโชล ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยสองคน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากทั่วประเทศญี่ปุ่น ความเสียหายทางเศรษฐกิจตีเป็นเงินกว่า 8 พันล้านเยน เรื่องของวาตภัยในรูปแบบของพายุที่ทำให้ได้รับผลกระทบทุกๆคน ทำให้สูญเสียต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสูญเสียเงิน สูญเสียทางด้านเสรษฐกิจ และอื่นอีกมากมาย

พายุไต้ฝุ่นนีนา

เรื่องราวของภัยพิบัติในรูปแบบของวาตภัยนั้นมีมากมายเหลือเกิน ที่แน่ๆคือ การเกิดพายุชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พายุไต้ฝุ่น ไม่เว้นแต่ พายุโซนร้อน ซึ้งถือว่าเป็นพายุที่มีความรุนแรงอยู่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวส่งผลให้เกิดความเสียหายให้กับหลายๆประเทศเลยทีเดียว แน่นอนว่าพายุที่เกิดขึ้นนอกจากจะรุนแรงแล้วก็ยังมีชื่อที่ทำให้หลายๆคนที่ได้ฟังข่าวพยากรณ์อากาศผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือสื่อทางอินเตอร์เน็ตก็ตามอย่างที่บอกมักจะมีชื่อพายุชื่อแปลกๆอย่างมากมายเหลือเกิน จนเราสงสัยว่า พายุชื่อไรเนี่ย ชื่อตลกบ้าง ชื่อแปลกไปบ้างวันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของพายุ ไต้ฝุ่นนีนา  เป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 4 ที่ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อปีค.ศ.1987 เป็นพายุที่ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตมากที่สุดและเป็นพายุที่สร้างความเสียหายมากที่สุดลูกหนึ่ง พายุไต้ฝุ่นนีนาหรือพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่น Sisang เป็นพายุที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดลูกหนึ่งของฟิลิปปินส์ต่อจากพายุแพทซี่ย์เมื่อ 17 ปีก่อน พายุชนิดนี้ได้ก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทิศตะวันตกของเส้นแบ่งเขตวันสากล ความเสียหายของพายุชนิดนี้ก่อทำให้ผู้เสียชีวิตประมาณ 692-1036 คนและมีมูลค่าความเสียหายรวม 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบค่าดอลลาร์ช่วงค.ศ.1987) ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากลมกรรโชกแรงและฝนตกหนัก พายุลูกนี้เป็นพายุที่คร่าชีวิตประชาชนไปมากที่สุดในปีนั้น ไม่ว่าจะเป็น ประเทศไมโครนีเซีย เกาะตรูก และเกาะลูอิติ ที่เกิดน้ำท่วม บนเกาะอาคาร 20 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ส่วนประเทศฟิลิปปินส์ไม่ต้องพูดเลยว่า หนักมากๆ

พายุหมุนนาร์กิส

เรื่องราวของภัยพิบัติในรูปแบบของวาตภัยนั้นมีมากมายเหลือเกิน ที่แน่ๆคือ การเกิดพายุชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พายุไต้ฝุ่น ไม่เว้นแต่ พายุโซนร้อน ซึ้งถือว่าเป็นพายุที่มีความรุนแรงอยู่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวส่งผลให้เกิดความเสียหายให้กับหลายๆประเทศเลยทีเดียว แน่นอนว่าพายุที่เกิดขึ้นนอกจากจะรุนแรงแล้วก็ยังมีชื่อที่ทำให้หลายๆคนที่ได้ฟังข่าวพยากรณ์อากาศผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือสื่อทางอินเตอร์เน็ตก็ตามอย่างที่บอกมักจะมีชื่อพายุชื่อแปลกๆอย่างมากมายเหลือเกิน จนเราสงสัยว่า พายุชื่อไรเนี่ย ชื่อตลกบ้าง ชื่อแปลกไปบ้าง วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของพายุหมุนนาร์กิส  เป็นพายุที่มีความรุนแรงในระดับสูงเลยทีเดียว ซึ่งก่อให้เกิดภาวะแผ่นดินถล่มได้ เป็นพายุที่อุบัติขึ้นเป็นลูกแรกในบรรดาที่จะบังเกิดในฤดูพายุกระหน้ำทางมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ เมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา ณ อ่าวเบงกอลตอนกลาง  ในระยะเริ่มแรกเป็นจุดเริ่มต้นของพายุหมุนนาร์กิส หลังจากที่พายุหมุนนาร์กิสขึ้นฝั่งที่เขตอิรวดี ประเทศพม่า โดยมีกำลังลมใกล้เคียงกับความเร็วลมสูงสุด และพัดผ่านนครย่างกุ้งแล้ว ก็ได้อ่อนตัวลงตามลำดับและสลายตัวไป ณ บริเวณชายแดนไทยกับพม่าและเหตุการณ์ของพายุนาร์กิสที่หลายคนต้องจำได้อย่างแน่นอน คือเหตุการณ์พายุหมุนนาร์กิสผ่านดินแดนมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ ที่ต้องบอกเลยว่า ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยเหตุการณ์ พายุนาร์กิสอันเป็นพายุลูกแรกตามฤดูพายุกระหน่ำมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ พ.ศ. 2551 ได้พัดผ่านดินแดนแถบมหาสมุทรดังกล่าวเมื่อปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม 2551 ซึ่งก่อภาวะมหันตภัยทุกบริเวณโดยเฉพาะในพม่าปรากฏรายงานผู้เสียชีวิตกว่าสองหมื่นคนและผู้สูญหายกว่าสี่หมื่นคน อย่างไรก็ดี รัฐบาลพม่าไม่ได้ใส่ใจแก้ไขสถานการณ์เท่าที่ควร ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความพยายามจากหลายฝ่ายที่จะเปลี่ยนใจรัฐบาลพม่า

พายุไต้ฝุ่น หมุ่ยฟ้า

เรื่องราวของภัยพิบัติในรูปแบบของวาตภัยนั้นมีมากมายเหลือเกิน ที่แน่ๆคือ การเกิดพายุไต้ฝุ่นถือว่าเป็นพายุที่มีความรุนแรงอยู่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวส่งผลให้เกิดความเสียหายให้กับหลายๆประเทศเลยทีเดียว แน่นอนว่าพายุไตฝุ่นนอกจากจะรุนแรงแล้วก็ยังมีชื่อที่ทำให้หลายๆคนที่ได้ฟังข่าวพยากรณ์อากาศผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือสื่อทางอินเตอร์เน็ตก็ตามอย่างที่บอกมักจะมีชื่อพายุชื่อแปลกๆอย่างมากมายเหลือเกิน จนเราสงสัยว่า พายุชื่อไรเนี่ย ชื่อตลกบ้าง ชื่อแปลกไปบ้าง วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของ พายุไต้ฝุ่นหมุ่ยฟ้า  เป็นชื่อพายุที่ตั้งขึ้นโดยมาเก๊า มีความหมายว่า ดอกพลับบาน เป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกที่ 2 ที่เคยพัดเข้าสู่ประเทศไทยแล้ว เมื่อ ปี 2547 โดยก่อนหน้านั้น พายุไต้ฝุ่นหมุ่ยฟ้า ก็ได้ไปถล่มประเทศฟิลิปปินส์มาแล้วและชายฝั่งประเทศเวียดนามมาแล้ว ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมากเลยจริง  พายุชนิดนี้ได้เริ่มก่อตัวขึ้นจาก พายุดีเปรสชั่น ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่ทะเลฟิลิปปินส์ หลังจากนั้นได้เพิ่มความรุนแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ความเสียหายของพายุไต้ฝุ่นหมุ่ยฟ้าส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 68 ราย บาดเจ็บ 160 ราย สูญหาย 69 ราย ในฟิลิปปินส์ และเสียชีวิต 40 ราย สูญหาย 42 รายในเวียดนาม สำหรับในประเทศไทย พายุไม่ได้ก่อความเสียหายอย่างหนักหน่วงตามที่วิตกกังวลกัน เนื่องจากมีบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปะทะ ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังส่งผลให้เกิดฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้าง มีจังหวัดที่ได้รับความเสียหาย 5 จังหวัด […]

เรื่องราวของพายุ

พายุ หรือ วาตภัย เป็นภัยธรรมชาติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นบนโลก มีความรุนแรงที่แตกต่างกันไปตามภูมิประเภท พายุมีลักษณะเป็นลม และเมฆฟ้าคะนอง ที่มีผลกระทบต่อพื้นโลก ทั้งนี้ทั้งนั้นมันคือสภาพอากาศที่รุนแรง พายุมักเกิดขึ้นบริเวณเขตน้ำอุ่น หรือ กระแสน้ำอุ่นบริเวณเขตเส้นศูนย์สูตรหรือเขตร้อน มักจะเกิดขึ้นโดยการที่กระแสน้ำอุ่นปะทะกับกระแสน้ำเย็นก่อเกิดเป็นไอน้ำพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศแล้วประทะกับความเย็นเกิดเป็นลมหมุนซึ่งมีเร็วลมที่ต่างกันไปตามความร้อนรวมถึงภูมิประเทศของสถานที่นั้นๆ พายุ ไม่ได้จำกัดความว่าเป็นพายุขนาดใหญ่เสมอไป ยังกำจัดความได้หลากหลายประเภท เช่น พายุฟ้าคะนอง, พายุหมุนเขตร้อน, พายุลูกเห็บ, พายุทอร์นาโด, พายุน้ำแข็งหรือพายุหิมะ เป็นต้น พายุส่วนใหญ่จะมีความเร็วลมที่ประมาณ 60 กิโลเมตร/ชั่วโมงขึ้นไปจะถูกเรียกว่าพายุ ซึ่งความเร็วลมสามารถแรงได้ถึง 500 กิโลเมตร/ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งจะก่อเกิดความเสียหายอย่างมหาศาล รวมถึงขนาดของพายุโดยเฉพาะพายุหมุนเขตร้อนที่มีขนาดใหญ่และกว้างมากกว่า 200 กิโลเมตร การเกิดพายุ เกิดขึ้นเมื่อศูนย์กลางของแรงดันอากาศต่ำลงมาในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง อีกทั้งในบริเวณนั้นมีความดันอากาศสูงเกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าว ทำให้ความดันอากาศทั้งสองมาปะทะกันจนก่อเกิดการเปลี่ยนรูปในรูปแบบเมฆพายุ ซึ่งมีลักษณะเป็นเมฆสีดำที่ประกอบด้วยประจุไฟฟ้าจำนวนมาก ทำให้เกิดฝนตกและฟ้าผ่า ส่วนใหญ่พายุจะเกิดขึ้นในทะเล เรียกว่า พายุหมุนเขตร้อน แต่ก็มีบางประเภทที่เกิดบนพื้นดินเช่นกัน อีกทั้งการเกิดพายุนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาลซึ่งจะมีความแตกต่างกันไป      

พายุฟ้าคะนอง

พายุฟ้าคะนอง หรือ พายุฟ้าร้อง เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นบนโลก จัดว่าเป็นพายุชนิดหนึ่งที่มีความอันตรายมาก เนื่องจากการเกิดนั้นจะมีฟ้าร้องและฟ้าผ่า พายุฟ้าคะนองสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วโลก ส่วนมากจะเกิดขึ้นในช่วงอากาศร้อนจัด ซึ่งจะทำให้เกิดลมแรง ฝนตกหนัก ฟ้าผ่า รวมถึงเก็บลูกเห็บตก พายุฟ้าคะนองจะถูกเรียกชื่อแตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ บางครั้งก็เรียกว่าพายุลูกเห็บ เนื่องจากการเกิดขึ้นมีลูกเห็บตกลงมาด้วย การเกิดฟ้าคะนองจะเกี่ยวข้องกับเมฆคิวมูโลนิมบัส คิวมูโลนิมบัส เป็น เมฆที่มีลักษณะหนาสูงทึบในแนวตั้ง โดยมีความสัมพันธ์กับ พายุฟ้าคะนอง และ อากาศที่มีลักษณะแปรปรวน ก่อตัวขึ้นจากไอน้ำซึ่งได้รับการนำพาพัดขึ้นด้านบนด้วยกระแสลมแรง การเกิดพายุฝนฟ้าคะนองนั้นจะเกิดฝนตกหนักเป็นย่อมๆ หรือตกหนักกระจายไปทั่วพื้นที่ ซึ่งเรียกว่า ซุเปอร์เซลล์ การเกิดพายุฝนฟ้าคะนองเกิดจากการเคลื่อนของอากาศอุ่นและเย็น เมื่อรวมตัวกันจะเกิดความเย็นและความชื้นภายในเมฆและกลั่นตัวเป็นหยดน้ำตกลงสู่พื้นโลก ขณะที่หยดน้ำนั้นมีความสูงมากพอจะแข็งตัวกลายเป็นเม็ดน้ำแข็งหรือลูกเห็บตกลงสู่พื้นโลก กลายเป็นพายุลูกเห็บ อีกทั้งการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองนั้นสามารถก่อเกิดพายุทอร์นาโด หรือ พายุงวงช้างขึ้นได้เช่นกัน พายุฟ้าคะนอง สำหรับในประเทศไทยนั้นมักถูกเรียกว่า พายุฤดูร้อน เนื่องจากมักจะเกิดในช่วงหน้าร้อนในวันที่อากาศร้อนจัด จะเกิดลมแรงมาก ฝนตกหนัก และเกิดลูกเห็บตกด้วย ซึ่งการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองนั้นจะเป็นอันตรายอย่างมากเมื่ออยู่กลางแจ้งเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าได้  

พายุทอร์นาโด

พายุทอร์นาโดนั้นเป็นชื่อพายุหมุนมีลักษณะเป็นแบบงวงช้าง หรือ ท่อยาวแตะพื้นโลก เป็นพายุที่มีสภาพอากาศที่เลวร้ายมากเนื่องจากก่อนการเกิดทอร์นาโด จะมีเมฆดำทึบ ฟ้าผ่า รวมถึงลูกเห็บตก พายุทอร์นาโดสามารถเกิดขึ้นได้จากทุกพื้นที่ทั่วโลก แต่ส่วนใหญ่ทอร์นาโดจะเกิดในประเทศสหรัฐอเมริกา บริเวณภาคกลางและภาคใต้ของประเทศ ซึ่งมีอากาศที่เหมาะสมแก่เกิดพายุทอร์นาโด ทอร์นาโดมีความเร็วลมที่สูงมากเมื่อพัดผ่านพื้นที่ บางลูกมีความเร็วลมสูงขึ้น 500 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทอร์นาโดเกิดขึ้นจากลมร้อนและลมเย็นมาปะทะกันและก่อตัวให้เกิดลมที่หมุนวน เมื่อมีแรงหมุนวนมากพอก็จะทำให้แรงหมุนไม่คงที่เกิดปลายข้างหนึ่งมาสัมผัสที่พื้นทำให้มีลักษณะเป็นกรวยท่อหมุนวน เมื่อทอร์นาโดพัดผ่านจะถอนรากต้นไม้หรือบ้านเรือน เกิดความเสียหายได้ ทอร์นาโดมีระดับความรุนแรงและความเร็วลมที่แตกต่างกันโดยวัดระดับเป็น F0-F5 ส่วนมากทอร์นาโดจะเกิดในระดับ F0-F2 ประมาณ 300-400 ลูกในช่วงฤดูพายุทอร์นาโด ขณะที่ระดับ F5 นั้นจะเกิดขึ้นเพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งระดับ F5 จะมีความเร็วลมสูงมากและมีความรุนแรงมากเมื่อพัดผ่าน ในวันที่ 18 มีนาคม ปี 1925 เกิดพายุทอร์นาโดระดับ F5 พัดผ่านข้ามรัฐ มิสซูรี อิลลินอยส์ อินเดียนน่า เคนทักกี้ เทนเนสซี แอละแบมา และแคนซัส ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 695 คน ซึ่งพายุทอร์นาโดลูกนี้ถูกนับว่าเป็นพายุทอร์นาโดระดับ F5 ที่ทำความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ […]

พายุหมุนเขตร้อน

พายุหมุนเขตร้อน เป็นเรียกพายุขนาดใหญ่มักเกิดขึ้นในทะเล ในเขตร้อนเช่นเขตเส้นศูนย์สูตร เป็นพายุที่เกิดขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้เกิดสภาพอากาศที่รุนแรง เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน พายุหมุนเขตร้อนมีความรุนแรงแตกต่างกันไปตามสถานที่และระดับ ในอดีตพายุหมุนเขตร้อนเคยก่อความเสียหายอย่างใหญ่หลวงมาแล้วในหลายประเทศ พายุหมุนเขตร้อนมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศและระดับความเร็วลม เช่น เกิดในแถบอ่าวเม็กซิโก, ฟอร์ลิดา ทะเลแคริเบียน จะเรียกว่า พายุเฮอริเคน เกิดขึ้นในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลจีนใต้ เรียกว่า พายุไต้ฝุ่น เกิดขึ้นในแถบมหาสมุทรอินเดีย อ่าวเบงกอล เรียกว่า ไซโคลน เกิดทางตอนเหนือของออสเตรเลีย เรียกว่า วิลลี่ หรือ ไซโคลน ซึ่งเป็นชื่อพายุที่มีระดับความเร็วลมประมาณ 180 กิโลเมตร/ชั่วโมงขึ้นไป นอกจากนี้พายุเขตร้อนที่มีระดับความเร็วลมต่ำกว่า 180 จะถูกเรียกว่า พายุโซนร้อน มีความเร็วลมประมาณ 90-170 กิโลเมตร/ชั่วโมง และ พายุดีเปรสชั่น จะต่ำกว่า 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง  ส่วนใหญ่พายุหมุนเขตร้อนจะเกิดขึ้นโดยความสัมพันธ์ระหว่างน้ำอุ่น ซึ่งได้รับพลังงานจากการระเหยของน้ำบริเวณมหาสมุทรซึ่งในเขตร้อนจะมีการระเหยมาก หลังจากนั้นน้ำที่ระเหยจะมีความแน่นในกลุ่มเมฆ เมื่อความชื้นอิ่มตัวก่อเกิดลมหมุนวน พายุหมุนเขตร้อนจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่มากประมาณ 100- 2000 กิโลเมตรหรือมากกว่านั้น พายุหมุนเขตร้อนก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง เมื่อขึ้นฝั่งจะก่อให้เกิดลมแรงมาก คลื่นพายุซัดฝั่ง รวมถึงน้ำท่วมอย่างฉับพลัน […]