พายุไต้ฝุ่นกูโชล

เรื่องราวของภัยพิบัติในรูปแบบของวาตภัยนั้นมีมากมายเหลือเกิน ที่แน่ๆคือ การเกิดพายุชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พายุไต้ฝุ่น ไม่เว้นแต่ พายุโซนร้อน ซึ้งถือว่าเป็นพายุที่มีความรุนแรงอยู่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวส่งผลให้เกิดความเสียหายให้กับหลายๆประเทศเลยทีเดียว แน่นอนว่าพายุที่เกิดขึ้นนอกจากจะรุนแรงแล้วก็ยังมีชื่อที่ทำให้หลายๆคนที่ได้ฟังข่าวพยากรณ์อากาศผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือสื่อทางอินเตอร์เน็ตก็ตามอย่างที่บอกมักจะมีชื่อพายุชื่อแปลกๆอย่างมากมายเหลือเกิน จนเราสงสัยว่า พายุชื่อไรเนี่ย ชื่อตลกบ้าง ชื่อแปลกไปบ้างวันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของพายุไต้ฝุ่นกูโชล ต้องบอกเลยว่าเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่ทำให้เกิดดินถล่มในประเทศญี่ปุ่นในปี 2555 ชื่อนี้เคยถูกใช้ครั้งแรกเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน ปี 2547 โดย “กูโชล” (Guchol, Guchoel) หมายถึง ขมิ้น เป็นภาษาถิ่นไมโครนีเซียพายุหมุนเขตร้อนที่ทรงอนุภาพซึ่งส่งผลกระทบกับทางตอนใต้ของญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายน พายุก่อตัวขึ้นเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำทางตะวันออกเฉียงใต้ของโปห์นเปย์ และทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเป็นดีเปรสชันเขตร้อนเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยทำให้พายุทวีความรุนแรงไปถึงไต้ฝุ่นรุนแรง (typhoon intensity) ผลกระทบก่อทำให้มีผู้เดือดร้อนเป็นจำนวนมากเลย และทางการต้องสั่งให้ผู้คนอพยพออกมา จากกูโชล ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยสองคน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากทั่วประเทศญี่ปุ่น ความเสียหายทางเศรษฐกิจตีเป็นเงินกว่า 8 พันล้านเยน เรื่องของวาตภัยในรูปแบบของพายุที่ทำให้ได้รับผลกระทบทุกๆคน ทำให้สูญเสียต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสูญเสียเงิน สูญเสียทางด้านเสรษฐกิจ และอื่นอีกมากมาย

พายุไต้ฝุ่นนีนา

เรื่องราวของภัยพิบัติในรูปแบบของวาตภัยนั้นมีมากมายเหลือเกิน ที่แน่ๆคือ การเกิดพายุชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พายุไต้ฝุ่น ไม่เว้นแต่ พายุโซนร้อน ซึ้งถือว่าเป็นพายุที่มีความรุนแรงอยู่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวส่งผลให้เกิดความเสียหายให้กับหลายๆประเทศเลยทีเดียว แน่นอนว่าพายุที่เกิดขึ้นนอกจากจะรุนแรงแล้วก็ยังมีชื่อที่ทำให้หลายๆคนที่ได้ฟังข่าวพยากรณ์อากาศผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือสื่อทางอินเตอร์เน็ตก็ตามอย่างที่บอกมักจะมีชื่อพายุชื่อแปลกๆอย่างมากมายเหลือเกิน จนเราสงสัยว่า พายุชื่อไรเนี่ย ชื่อตลกบ้าง ชื่อแปลกไปบ้างวันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของพายุ ไต้ฝุ่นนีนา  เป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 4 ที่ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อปีค.ศ.1987 เป็นพายุที่ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตมากที่สุดและเป็นพายุที่สร้างความเสียหายมากที่สุดลูกหนึ่ง พายุไต้ฝุ่นนีนาหรือพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่น Sisang เป็นพายุที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดลูกหนึ่งของฟิลิปปินส์ต่อจากพายุแพทซี่ย์เมื่อ 17 ปีก่อน พายุชนิดนี้ได้ก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทิศตะวันตกของเส้นแบ่งเขตวันสากล ความเสียหายของพายุชนิดนี้ก่อทำให้ผู้เสียชีวิตประมาณ 692-1036 คนและมีมูลค่าความเสียหายรวม 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบค่าดอลลาร์ช่วงค.ศ.1987) ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากลมกรรโชกแรงและฝนตกหนัก พายุลูกนี้เป็นพายุที่คร่าชีวิตประชาชนไปมากที่สุดในปีนั้น ไม่ว่าจะเป็น ประเทศไมโครนีเซีย เกาะตรูก และเกาะลูอิติ ที่เกิดน้ำท่วม บนเกาะอาคาร 20 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ส่วนประเทศฟิลิปปินส์ไม่ต้องพูดเลยว่า หนักมากๆ

พายุหมุนนาร์กิส

เรื่องราวของภัยพิบัติในรูปแบบของวาตภัยนั้นมีมากมายเหลือเกิน ที่แน่ๆคือ การเกิดพายุชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พายุไต้ฝุ่น ไม่เว้นแต่ พายุโซนร้อน ซึ้งถือว่าเป็นพายุที่มีความรุนแรงอยู่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวส่งผลให้เกิดความเสียหายให้กับหลายๆประเทศเลยทีเดียว แน่นอนว่าพายุที่เกิดขึ้นนอกจากจะรุนแรงแล้วก็ยังมีชื่อที่ทำให้หลายๆคนที่ได้ฟังข่าวพยากรณ์อากาศผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือสื่อทางอินเตอร์เน็ตก็ตามอย่างที่บอกมักจะมีชื่อพายุชื่อแปลกๆอย่างมากมายเหลือเกิน จนเราสงสัยว่า พายุชื่อไรเนี่ย ชื่อตลกบ้าง ชื่อแปลกไปบ้าง วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของพายุหมุนนาร์กิส  เป็นพายุที่มีความรุนแรงในระดับสูงเลยทีเดียว ซึ่งก่อให้เกิดภาวะแผ่นดินถล่มได้ เป็นพายุที่อุบัติขึ้นเป็นลูกแรกในบรรดาที่จะบังเกิดในฤดูพายุกระหน้ำทางมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ เมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา ณ อ่าวเบงกอลตอนกลาง  ในระยะเริ่มแรกเป็นจุดเริ่มต้นของพายุหมุนนาร์กิส หลังจากที่พายุหมุนนาร์กิสขึ้นฝั่งที่เขตอิรวดี ประเทศพม่า โดยมีกำลังลมใกล้เคียงกับความเร็วลมสูงสุด และพัดผ่านนครย่างกุ้งแล้ว ก็ได้อ่อนตัวลงตามลำดับและสลายตัวไป ณ บริเวณชายแดนไทยกับพม่าและเหตุการณ์ของพายุนาร์กิสที่หลายคนต้องจำได้อย่างแน่นอน คือเหตุการณ์พายุหมุนนาร์กิสผ่านดินแดนมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ ที่ต้องบอกเลยว่า ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยเหตุการณ์ พายุนาร์กิสอันเป็นพายุลูกแรกตามฤดูพายุกระหน่ำมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ พ.ศ. 2551 ได้พัดผ่านดินแดนแถบมหาสมุทรดังกล่าวเมื่อปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม 2551 ซึ่งก่อภาวะมหันตภัยทุกบริเวณโดยเฉพาะในพม่าปรากฏรายงานผู้เสียชีวิตกว่าสองหมื่นคนและผู้สูญหายกว่าสี่หมื่นคน อย่างไรก็ดี รัฐบาลพม่าไม่ได้ใส่ใจแก้ไขสถานการณ์เท่าที่ควร ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความพยายามจากหลายฝ่ายที่จะเปลี่ยนใจรัฐบาลพม่า

พายุไต้ฝุ่น หมุ่ยฟ้า

เรื่องราวของภัยพิบัติในรูปแบบของวาตภัยนั้นมีมากมายเหลือเกิน ที่แน่ๆคือ การเกิดพายุไต้ฝุ่นถือว่าเป็นพายุที่มีความรุนแรงอยู่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวส่งผลให้เกิดความเสียหายให้กับหลายๆประเทศเลยทีเดียว แน่นอนว่าพายุไตฝุ่นนอกจากจะรุนแรงแล้วก็ยังมีชื่อที่ทำให้หลายๆคนที่ได้ฟังข่าวพยากรณ์อากาศผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือสื่อทางอินเตอร์เน็ตก็ตามอย่างที่บอกมักจะมีชื่อพายุชื่อแปลกๆอย่างมากมายเหลือเกิน จนเราสงสัยว่า พายุชื่อไรเนี่ย ชื่อตลกบ้าง ชื่อแปลกไปบ้าง วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของ พายุไต้ฝุ่นหมุ่ยฟ้า  เป็นชื่อพายุที่ตั้งขึ้นโดยมาเก๊า มีความหมายว่า ดอกพลับบาน เป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกที่ 2 ที่เคยพัดเข้าสู่ประเทศไทยแล้ว เมื่อ ปี 2547 โดยก่อนหน้านั้น พายุไต้ฝุ่นหมุ่ยฟ้า ก็ได้ไปถล่มประเทศฟิลิปปินส์มาแล้วและชายฝั่งประเทศเวียดนามมาแล้ว ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมากเลยจริง  พายุชนิดนี้ได้เริ่มก่อตัวขึ้นจาก พายุดีเปรสชั่น ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่ทะเลฟิลิปปินส์ หลังจากนั้นได้เพิ่มความรุนแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ความเสียหายของพายุไต้ฝุ่นหมุ่ยฟ้าส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 68 ราย บาดเจ็บ 160 ราย สูญหาย 69 ราย ในฟิลิปปินส์ และเสียชีวิต 40 ราย สูญหาย 42 รายในเวียดนาม สำหรับในประเทศไทย พายุไม่ได้ก่อความเสียหายอย่างหนักหน่วงตามที่วิตกกังวลกัน เนื่องจากมีบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปะทะ ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังส่งผลให้เกิดฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้าง มีจังหวัดที่ได้รับความเสียหาย 5 จังหวัด […]

เรื่องราวของพายุ

พายุ หรือ วาตภัย เป็นภัยธรรมชาติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นบนโลก มีความรุนแรงที่แตกต่างกันไปตามภูมิประเภท พายุมีลักษณะเป็นลม และเมฆฟ้าคะนอง ที่มีผลกระทบต่อพื้นโลก ทั้งนี้ทั้งนั้นมันคือสภาพอากาศที่รุนแรง พายุมักเกิดขึ้นบริเวณเขตน้ำอุ่น หรือ กระแสน้ำอุ่นบริเวณเขตเส้นศูนย์สูตรหรือเขตร้อน มักจะเกิดขึ้นโดยการที่กระแสน้ำอุ่นปะทะกับกระแสน้ำเย็นก่อเกิดเป็นไอน้ำพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศแล้วประทะกับความเย็นเกิดเป็นลมหมุนซึ่งมีเร็วลมที่ต่างกันไปตามความร้อนรวมถึงภูมิประเทศของสถานที่นั้นๆ พายุ ไม่ได้จำกัดความว่าเป็นพายุขนาดใหญ่เสมอไป ยังกำจัดความได้หลากหลายประเภท เช่น พายุฟ้าคะนอง, พายุหมุนเขตร้อน, พายุลูกเห็บ, พายุทอร์นาโด, พายุน้ำแข็งหรือพายุหิมะ เป็นต้น พายุส่วนใหญ่จะมีความเร็วลมที่ประมาณ 60 กิโลเมตร/ชั่วโมงขึ้นไปจะถูกเรียกว่าพายุ ซึ่งความเร็วลมสามารถแรงได้ถึง 500 กิโลเมตร/ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งจะก่อเกิดความเสียหายอย่างมหาศาล รวมถึงขนาดของพายุโดยเฉพาะพายุหมุนเขตร้อนที่มีขนาดใหญ่และกว้างมากกว่า 200 กิโลเมตร การเกิดพายุ เกิดขึ้นเมื่อศูนย์กลางของแรงดันอากาศต่ำลงมาในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง อีกทั้งในบริเวณนั้นมีความดันอากาศสูงเกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าว ทำให้ความดันอากาศทั้งสองมาปะทะกันจนก่อเกิดการเปลี่ยนรูปในรูปแบบเมฆพายุ ซึ่งมีลักษณะเป็นเมฆสีดำที่ประกอบด้วยประจุไฟฟ้าจำนวนมาก ทำให้เกิดฝนตกและฟ้าผ่า ส่วนใหญ่พายุจะเกิดขึ้นในทะเล เรียกว่า พายุหมุนเขตร้อน แต่ก็มีบางประเภทที่เกิดบนพื้นดินเช่นกัน อีกทั้งการเกิดพายุนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาลซึ่งจะมีความแตกต่างกันไป      

พายุฟ้าคะนอง

พายุฟ้าคะนอง หรือ พายุฟ้าร้อง เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นบนโลก จัดว่าเป็นพายุชนิดหนึ่งที่มีความอันตรายมาก เนื่องจากการเกิดนั้นจะมีฟ้าร้องและฟ้าผ่า พายุฟ้าคะนองสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วโลก ส่วนมากจะเกิดขึ้นในช่วงอากาศร้อนจัด ซึ่งจะทำให้เกิดลมแรง ฝนตกหนัก ฟ้าผ่า รวมถึงเก็บลูกเห็บตก พายุฟ้าคะนองจะถูกเรียกชื่อแตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ บางครั้งก็เรียกว่าพายุลูกเห็บ เนื่องจากการเกิดขึ้นมีลูกเห็บตกลงมาด้วย การเกิดฟ้าคะนองจะเกี่ยวข้องกับเมฆคิวมูโลนิมบัส คิวมูโลนิมบัส เป็น เมฆที่มีลักษณะหนาสูงทึบในแนวตั้ง โดยมีความสัมพันธ์กับ พายุฟ้าคะนอง และ อากาศที่มีลักษณะแปรปรวน ก่อตัวขึ้นจากไอน้ำซึ่งได้รับการนำพาพัดขึ้นด้านบนด้วยกระแสลมแรง การเกิดพายุฝนฟ้าคะนองนั้นจะเกิดฝนตกหนักเป็นย่อมๆ หรือตกหนักกระจายไปทั่วพื้นที่ ซึ่งเรียกว่า ซุเปอร์เซลล์ การเกิดพายุฝนฟ้าคะนองเกิดจากการเคลื่อนของอากาศอุ่นและเย็น เมื่อรวมตัวกันจะเกิดความเย็นและความชื้นภายในเมฆและกลั่นตัวเป็นหยดน้ำตกลงสู่พื้นโลก ขณะที่หยดน้ำนั้นมีความสูงมากพอจะแข็งตัวกลายเป็นเม็ดน้ำแข็งหรือลูกเห็บตกลงสู่พื้นโลก กลายเป็นพายุลูกเห็บ อีกทั้งการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองนั้นสามารถก่อเกิดพายุทอร์นาโด หรือ พายุงวงช้างขึ้นได้เช่นกัน พายุฟ้าคะนอง สำหรับในประเทศไทยนั้นมักถูกเรียกว่า พายุฤดูร้อน เนื่องจากมักจะเกิดในช่วงหน้าร้อนในวันที่อากาศร้อนจัด จะเกิดลมแรงมาก ฝนตกหนัก และเกิดลูกเห็บตกด้วย ซึ่งการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองนั้นจะเป็นอันตรายอย่างมากเมื่ออยู่กลางแจ้งเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าได้  

พายุหมุนเขตร้อน

พายุหมุนเขตร้อน เป็นเรียกพายุขนาดใหญ่มักเกิดขึ้นในทะเล ในเขตร้อนเช่นเขตเส้นศูนย์สูตร เป็นพายุที่เกิดขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้เกิดสภาพอากาศที่รุนแรง เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน พายุหมุนเขตร้อนมีความรุนแรงแตกต่างกันไปตามสถานที่และระดับ ในอดีตพายุหมุนเขตร้อนเคยก่อความเสียหายอย่างใหญ่หลวงมาแล้วในหลายประเทศ พายุหมุนเขตร้อนมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศและระดับความเร็วลม เช่น เกิดในแถบอ่าวเม็กซิโก, ฟอร์ลิดา ทะเลแคริเบียน จะเรียกว่า พายุเฮอริเคน เกิดขึ้นในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลจีนใต้ เรียกว่า พายุไต้ฝุ่น เกิดขึ้นในแถบมหาสมุทรอินเดีย อ่าวเบงกอล เรียกว่า ไซโคลน เกิดทางตอนเหนือของออสเตรเลีย เรียกว่า วิลลี่ หรือ ไซโคลน ซึ่งเป็นชื่อพายุที่มีระดับความเร็วลมประมาณ 180 กิโลเมตร/ชั่วโมงขึ้นไป นอกจากนี้พายุเขตร้อนที่มีระดับความเร็วลมต่ำกว่า 180 จะถูกเรียกว่า พายุโซนร้อน มีความเร็วลมประมาณ 90-170 กิโลเมตร/ชั่วโมง และ พายุดีเปรสชั่น จะต่ำกว่า 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง  ส่วนใหญ่พายุหมุนเขตร้อนจะเกิดขึ้นโดยความสัมพันธ์ระหว่างน้ำอุ่น ซึ่งได้รับพลังงานจากการระเหยของน้ำบริเวณมหาสมุทรซึ่งในเขตร้อนจะมีการระเหยมาก หลังจากนั้นน้ำที่ระเหยจะมีความแน่นในกลุ่มเมฆ เมื่อความชื้นอิ่มตัวก่อเกิดลมหมุนวน พายุหมุนเขตร้อนจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่มากประมาณ 100- 2000 กิโลเมตรหรือมากกว่านั้น พายุหมุนเขตร้อนก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง เมื่อขึ้นฝั่งจะก่อให้เกิดลมแรงมาก คลื่นพายุซัดฝั่ง รวมถึงน้ำท่วมอย่างฉับพลัน […]

พายุโซนร้อนแฮเรียตถล่มแหลมตะลุมพุก

แหลมตะลุมพุก ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งจังหวัดนครศรีธรรมราช มีลักษณะเป็นส่วนแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลมีหมู่บ้าน โรงเรียน ตลาด ผู้คน 2 ศาสนาต่างอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ในแต่ละปีแหลมตะลุมพุกมีปัญหาทางคลื่นทะเลที่กัดเซาะชายฝั่งหายไปทีละนิด ปัจจุบันมีการวางแนวหินและสร้างปูนเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง แม้ว่าจะมีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แต่แหลมตะลุมุพกก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งที่น่าสนใจเนื่องจากเป็นแหล่งหาปลาและทำกะปิเคยที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ในอดีตแหลมตะลุมพุกเคยเกิดวาตภัยครั้งร้ายแรงมาแล้ว ในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2505 พายุโซนร้อนแฮเรียตก่อตัวบริเวณประเทศเวียดนามจากหย่อมความกดอากาศต่ำ จากนั้นก็เคลื่อนมายังอ่าวไทยและทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนบริเวณจังหวัดสงขลา ซึ่งในขณะนั้นได้มีวิทยุเตือนถึงพายุในเขตดังกล่าวซึ่งชาวบ้านในแหลมส่วนใหญ่จะยังอยู่ในบ้านเนื่องจากเคยประสบกับพายุมาแล้ว ในช่วงค่ำของวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2505 พายุโซนร้อนแฮเรียตพัดขึ้นฝั่งแหลมตะลุมพุกด้วยความเร็วลม 95 กิโลเมตร/ชั่วโมง และความเร็วรอบศูนย์กลางราว 108 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก่อเกิดคลื่นทะเลซัดเข้าทำลายบ้านเรือนริมฝั่ง น้ำท่วมฉับพลันและลมแรง มีรายงานจากชาวบ้านว่ามีการเกิดพายุหมุนงวงช้างในทะเลด้วย ซึ่งขณะขึ้นฝั่งพายุมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 300 กิโลเมตร ทำความเสียหายแก่จังหวัดใกล้เคียง คาดว่ามีผู้เสียชีวิตจากพายุโซนร้อนแฮเรียตประมาณ 1,000 คน ส่วนมากอยู่ที่แหลมตะลุมพุก และมีความเสียหายหนักที่สุด ซึ่งพายุโซนร้อนแฮเรียตสร้างความเสียมากที่สุดในรอบ 100 ปี  

เฮอริเคนแคททรีน่า

พายุหมุนเขตร้อนเป็นพายุที่สร้างความเสียหายมากเมื่อพัดขึ้นฝั่ง มันสามารถทำให้เกิดน้ำท่วมที่รุนแรง ลมกระโชกแรง และไฟฟ้าดับส่งผลกระทบอย่างมากต่อทรัพย์สินเงินทอง ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหนึ่งที่เผชิญหน้ากับพายุหมุนเขตร้อนมากมาย แต่กับพายุแคททรีน่า สร้างความเสียหายมากเป็นวงกว้างในสหรัฐ เฮอริเคนแคทรีนา เป็นชื่อพายุหมุนเขตร้อนที่มีความรุนแรงมากเมื่อขึ้นฝั่ง พายุนี้ก่อตัวบริเวณนอกชายฝั่งของฟอร์ลิดาบริเวณหมู่เกาะเบอร์มิวด้า จากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงก่อตัวขึ้นจากนั้นเป็นพายุเฮอริเคนระดับ 3 ก่อนเคลื่อนเข้าชายฝั่งฟอร์ลิดา และหมู่บาฮามาส ทำให้เกิดคลื่นทะเลซัดฝั่ง ลมแรงและน้ำท่วม มีการเตือนถึงเมืองในบริเวณอ่าวเม็กซิโกที่จะได้รับผลกระทบ ทางอุตุนิยมวิทยาของสหรัฐคาดว่าเฮอริเคนแคททรีน่าจะขึ้นฝั่งประเทศเม็กซิโกและอ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 2 ในวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2548 ต่อมาพายุนี้ได้เพิ่มกำลังแรงขึ้นเป็นพายุระดับ 5 ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับพายุในอ่าว เนื่องจากกำลังลมของพายุจะเกิดขึ้นในทะเลกว้างเท่านั้น และมันได้เคลื่อนตัวขึ้นทางเหนือไปยังนิวออนลีนส์ด้วยความแรงระดับ 5 ก่อให้เกิดฝนตกอย่างหนัก ลมกระโชกแรง หลังจากพายุสงบลงพบว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของเมืองนิวออนลีนส์ถูกน้ำท่วมขังสูงถึง 6 เมตร บางจุดคาดว่า 13 เมตร มูลค่าความเสียหาย 81 พันล้านดอลลาร์ ประชาชนเสียเสียชีวิตประมาณ 1,836 ราย เดือดร้อนกว่า 6 ล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้งาน และต้องถูกขังอยู่ในบ้านที่มีน้ำท่วมขังสูงซึ่งกินเวลากว่า 2 เดือนนับว่าเป็นพายุเขตร้อนที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา