พายุโซนร้อนแฮเรียตถล่มแหลมตะลุมพุก

แหลมตะลุมพุก ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งจังหวัดนครศรีธรรมราช มีลักษณะเป็นส่วนแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลมีหมู่บ้าน โรงเรียน ตลาด ผู้คน 2 ศาสนาต่างอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ในแต่ละปีแหลมตะลุมพุกมีปัญหาทางคลื่นทะเลที่กัดเซาะชายฝั่งหายไปทีละนิด ปัจจุบันมีการวางแนวหินและสร้างปูนเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง แม้ว่าจะมีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แต่แหลมตะลุมุพกก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งที่น่าสนใจเนื่องจากเป็นแหล่งหาปลาและทำกะปิเคยที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ในอดีตแหลมตะลุมพุกเคยเกิดวาตภัยครั้งร้ายแรงมาแล้ว ในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2505 พายุโซนร้อนแฮเรียตก่อตัวบริเวณประเทศเวียดนามจากหย่อมความกดอากาศต่ำ จากนั้นก็เคลื่อนมายังอ่าวไทยและทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนบริเวณจังหวัดสงขลา ซึ่งในขณะนั้นได้มีวิทยุเตือนถึงพายุในเขตดังกล่าวซึ่งชาวบ้านในแหลมส่วนใหญ่จะยังอยู่ในบ้านเนื่องจากเคยประสบกับพายุมาแล้ว ในช่วงค่ำของวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2505 พายุโซนร้อนแฮเรียตพัดขึ้นฝั่งแหลมตะลุมพุกด้วยความเร็วลม 95 กิโลเมตร/ชั่วโมง และความเร็วรอบศูนย์กลางราว 108 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก่อเกิดคลื่นทะเลซัดเข้าทำลายบ้านเรือนริมฝั่ง น้ำท่วมฉับพลันและลมแรง มีรายงานจากชาวบ้านว่ามีการเกิดพายุหมุนงวงช้างในทะเลด้วย ซึ่งขณะขึ้นฝั่งพายุมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 300 กิโลเมตร ทำความเสียหายแก่จังหวัดใกล้เคียง คาดว่ามีผู้เสียชีวิตจากพายุโซนร้อนแฮเรียตประมาณ 1,000 คน ส่วนมากอยู่ที่แหลมตะลุมพุก และมีความเสียหายหนักที่สุด ซึ่งพายุโซนร้อนแฮเรียตสร้างความเสียมากที่สุดในรอบ 100 ปี  

เฮอริเคนแคททรีน่า

พายุหมุนเขตร้อนเป็นพายุที่สร้างความเสียหายมากเมื่อพัดขึ้นฝั่ง มันสามารถทำให้เกิดน้ำท่วมที่รุนแรง ลมกระโชกแรง และไฟฟ้าดับส่งผลกระทบอย่างมากต่อทรัพย์สินเงินทอง ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหนึ่งที่เผชิญหน้ากับพายุหมุนเขตร้อนมากมาย แต่กับพายุแคททรีน่า สร้างความเสียหายมากเป็นวงกว้างในสหรัฐ เฮอริเคนแคทรีนา เป็นชื่อพายุหมุนเขตร้อนที่มีความรุนแรงมากเมื่อขึ้นฝั่ง พายุนี้ก่อตัวบริเวณนอกชายฝั่งของฟอร์ลิดาบริเวณหมู่เกาะเบอร์มิวด้า จากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงก่อตัวขึ้นจากนั้นเป็นพายุเฮอริเคนระดับ 3 ก่อนเคลื่อนเข้าชายฝั่งฟอร์ลิดา และหมู่บาฮามาส ทำให้เกิดคลื่นทะเลซัดฝั่ง ลมแรงและน้ำท่วม มีการเตือนถึงเมืองในบริเวณอ่าวเม็กซิโกที่จะได้รับผลกระทบ ทางอุตุนิยมวิทยาของสหรัฐคาดว่าเฮอริเคนแคททรีน่าจะขึ้นฝั่งประเทศเม็กซิโกและอ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 2 ในวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2548 ต่อมาพายุนี้ได้เพิ่มกำลังแรงขึ้นเป็นพายุระดับ 5 ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับพายุในอ่าว เนื่องจากกำลังลมของพายุจะเกิดขึ้นในทะเลกว้างเท่านั้น และมันได้เคลื่อนตัวขึ้นทางเหนือไปยังนิวออนลีนส์ด้วยความแรงระดับ 5 ก่อให้เกิดฝนตกอย่างหนัก ลมกระโชกแรง หลังจากพายุสงบลงพบว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของเมืองนิวออนลีนส์ถูกน้ำท่วมขังสูงถึง 6 เมตร บางจุดคาดว่า 13 เมตร มูลค่าความเสียหาย 81 พันล้านดอลลาร์ ประชาชนเสียเสียชีวิตประมาณ 1,836 ราย เดือดร้อนกว่า 6 ล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้งาน และต้องถูกขังอยู่ในบ้านที่มีน้ำท่วมขังสูงซึ่งกินเวลากว่า 2 เดือนนับว่าเป็นพายุเขตร้อนที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา